ไวน์ นั้นเป็นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อยู่มันก็คล้ายๆ กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลากหลายชนิดแต่เพียงการผลิตของมันนั้นจะเป็นการบ่มจากธรรมชาติ เพราะว่าใช้ผลไม้ในการหมักและบ่มเพื่อให้ได้ไวน์ที่มีรสชาติที่ดีโดยจะใช้องุ่น หลายๆคนคงจะรู้จักไวน์กันเป็นอย่างดี เพราะเป็นเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่มันได้รับความนิยมมาก ในกลุ่มบุคคลพี่ค่อนข้างที่จะมีเงินหรือมีระดับเป็นการดื่มที่มาพร้อมกับแก้วรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครและดูดีดูแพง ซึ่งการทานไวน์ในสมัยนี้นั้นจะสามารถทานได้กับหลากหลายอย่างทั้งปลา และเนื้อบางครั้งก็อาจจะเป็นชีส ซึ่งไวน์นั้นมาจากการบ่มทำให้น้ำตาลในองุ่นนั้นเปลี่ยนมาเป็นแอลกอฮอล์และก็กลายเป็นไวน์ซึ่งมันจะมีแอลกอฮอล์และรสชาติแตกต่างจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดอื่นอย่างสิ้นเชิง แต่มันก็มีไวน์อยู่หลากหลายอย่างทั้งไวน์ขาวไวน์แดงมันมีรูปแบบการผลิตหลากหลายอย่างดังนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าความชอบของแต่ละบุคคลนั้นชอบแบบไหน ไวน์ก็มีประโยชน์ ถึงจะเป็นสิ่งที่มีแอลกอฮอล์ และได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยเก่าแก่เพราะถ้ารู้จักในการดื่มไวน์เป็นอย่างดี จะสามารถทำให้เกิดผลดีต่อสุขภาพร่างกายได้เกินคาดเลยทีเดียว การดื่มไวน์เนี่ยถ้าดื่มแต่พอดีวันละ 1-3 แก้วเป็นประจำมันจะช่วยลดอาการของการความจำเสื่อมได้และยังป้องกันเซลล์ไม่ให้เสื่อมก่อนวัยอันควร มันสามารถช่วยลดโคเลสเตอรอลได้อีกด้วยไม่ให้จับตัวตามหลอดเลือดและยังช่วยป้องกันโรคหัวใจยับยั้งแบคทีเรียชนิดต่างๆ และยังช่วยย่อยอาหารในระบบช่วยย่อยอีกด้วยพร้อมกำจัดแบคทีเรีย แต่ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลด้วยถ้าทานอย่างมีเหตุมีผลมันก็จะช่วยได้แต่ถ้าทานเยอะไปจนเมาอาจจะไม่ได้เกิดประโยชน์

ไวน์

เป็นเครื่องดื่มที่ชวนหลงไหลและยังมีรุปแบบที่น่าสนใจหลายประเภท

Red wine

เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ทำมาจากองุ่นที่มีเนื้อสีขาวเช่นเดียวกัน แต่เปลือกภายนอกนั้นเป็นสีแดงและจะมีรูปแบบการผลิตที่แตกต่างจากไวน์ขาวมิเช่นนั้น มันจะออกมาเหมือนกับไวน์ขาวเลยซึ่งมันเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมภายในประเทศของเรามากๆ การผลิตไวน์แดงนั้นจะใช้การหมักเหมือนกันแต่รูปแบบของการคั้นน้ำนั้นไม่เหมือนกันสำหรับไวน์แดงนั้น จะใส่องุ่นไปทั้งลูกทั้งเปลือกทั้งเนื้อและจึงนำไปใส่ถังหมักไว้ เพราะมันจะทำให้สารสีดำของเปลือกองุ่นออกมาปนกับเนื้อและทำให้ไวน์นั้นมีสีแดง และรสชาติฝาดซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของไวน์แดงและยีสต์ก็ จะทำหน้าที่ของมันไปเพราะยิ่งจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติถ้าเรามักได้ที่ของมันแล้วค่อยแยกน้ำกลั่นเนื้อออกเพื่อที่จะได้ไวน์สีแดงที่เข้มและรสชาติดี ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วหลังจากที่หมักจนเป็นไวน์แดงออกมา จะมี  2 ทางใหญ่ๆให้เลือกโดยที่ต้องการที่จะนำไปขายเลยหรือดื่มเลย หรือว่าต้องการที่จะเพิ่มรสชาติและเพิ่มความนุ่มนวลคือการนำไปหมักต่อในถังโอ๊คจะได้ช่วยเพิ่มระยะเวลาในการเก็บไม่เหมือนการที่หมักเสร็จ และนำออกมากินเลยมันจะทำให้กระบวนการของการเก็บได้นั้นไม่ได้นานเหมือนแบบที่ 2 ที่นำไปบ่มต่อในถังไม้โอ๊คจะช่วยเพิ่มระยะเวลาในการเก็บรักษาได้และยังมีรสชาติแฝงอีกด้วย

White wine

ถ้าเราไปเดินตามตลาดจะเห็นได้ว่าองุ่นที่มีสีเขียวนั้น นั่นแหละที่เขานำมาทำเป็นไวน์ขาวเพราะว่าที่เรียกว่าไวน์ขาวก็เพราะหลังจากที่แกะเปลือกออกมาเนื้อภายในของมันนั้น มีสีขาวใสนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำไมว่าถึงเรียกว่าไวน์ขาวส่วนการผลิตนั้นขั้นแรกเขาจะนำมาเอาสิ่งที่ไม่จำเป็นออกนั่นก็คือทั้งก้านเนื้อเปลือกแยกออกจากกัน ให้หมดแม้แต่เมล็ดด้วยก็ควรที่จะเอาออกและในการที่จะคั้นน้ำองุ่นออกมานั้น จะต้องทำด้วยความนุ่มนวล เพราะถ้าเราออกแรงมากจนเกินไปจะทำให้รสชาติของไวน์นั้นออกไปในทางที่แย่และไม่ได้รับความนิยม ส่วนใหญ่การหมักนั้นจะนำน้ำที่คั้นออกมาแล้วมาใส่ไว้ในถัง ไม้โอ๊คหรือถังสแตนเลสขนาดใหญ่เพื่อที่จะใส่ส่วนผสมที่เหลือลงไป ก็คือใส่เพื่อจะได้ทำการหมัก สาเหตุที่ใส่ยึดลงไปก็เพราะจะเป็นตัวที่ไปกระตุ้นให้น้ำตาลนั้นเปลี่ยนเป็นแอลกอฮอล์ และทำให้น้ำองุ่นนั้นหลังจากกลายเป็นไวน์จะไม่หวานซึ่ง ต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่ามันก็มีหลากหลายวิธีใน การผลิตเราจะใช้ยีสต์จากธรรมชาติก็ได้โดยการนำองุ่นนั้นไปปล่อยทิ้งไว้เพื่อรอการหมักของตัวมันเอง แต่ก็อาจจะมีการล้มเหลวได้ถ้ายึดนั้นทำงานได้ไม่สมบูรณ์ก็จะทำให้ไวน์นั้นเสียเลย และต้องทิ้งไปทั้งหมด การบ่มในถังสแตนเลสนั้นจะให้รสชาติที่แตกต่างกับการใส่ไว้ในถังไม้โอ๊คเพราะจะมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ไวน์ขาวนั้นส่วนใหญ่เขาจะใช้รับประทานกับปลา

Pink wine

ซึ่งมันอาจจะเรียกได้ว่าเป็นไวน์สำหรับผู้หญิงเลยก็ได้เพราะว่ามันจะถูกใช้ในโอกาสพิเศษต่างๆ อย่างวันวาเลนไทน์มันเป็นไวน์ที่ให้รสชาติที่สดชื่นและอร่อยไปอีกแบบหนึ่ง การทำไวน์ประเภทนี้นั้นก็ใช้องุ่นดำเหมือนไวน์แดงนั่นแหละหลังจากบีบลูกองุ่นให้แตกแล้วก็ทิ้งเนื้อเปลือกไว้ด้วยกัน เหมือนไวน์แดงเลยแต่จะสมัครแค่ไม่กี่ชั่วโมง แทนที่จะนานเหมือนไวน์แดงและหลังจากหมากได้ไม่กี่ชั่วโมงซึ่งก็แล้วแต่สูตรของผู้ผลิตแต่ละคนมัน จะทำให้ได้สีของเปลือกองุ่นสีแดงและนำมาหมักต่อด้วยวิธีการหมักของไวน์ขาวมันจะทำให้สีของไวน์นั้นกลายเป็นสีชมพูซึ่งมีความสวยและน่าสนใจเป็นอย่างมาก

แชมเปญ

ไวน์ฟองนั้นในส่วนใหญ่บ้านเราจะเรียกว่าแชมเปญ มันก็คือการทำการอัดลมใส่เข้าไปใน ไวน์ เหมือนกันทำน้ำโซดาน้ำตาต่างๆที่เวลาเปิดแล้วมีฟองปุดๆ ซึ่งราคานั้นไม่แพง เราจะเห็นได้บ่อยๆก็การรับรางวัลชนะเลิศพวกแข่งรถจะเห็นได้ว่าเขาเขย่ากันนั่นแหละคือไวน์ฟองซึ่ง ได้รับความนิยมในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะมีการผลิตที่ง่ายและผลิตในปริมาณที่มากราคาไม่แพงขายง่ายแค่นำไวน์ขาวไปอัดลม เพียงเท่านั้นก็ได้ไวน์ฟองแล้วแต่มันก็มีอีกวิธีหนึ่งซึ่งมันจะใช้เวลาที่นานกว่าและต้องใช้ขวดไวน์ที่แข็งแรงทนทาน และหนากว่าขวดปกติ โดยการใช้น้ำตาลเติมเข้าไปในไวน์ขาวและก็นำหยิบใส่บนลงไปด้วยเพื่อให้น้ำตาลในไวน์นั้นเปลี่ยนเป็นแอลกอฮอล์ โดยปกติแล้ววิธีนี้จะไม่สามารถเห็นฟองได้เลยจนกว่าเราจะเปิดขวดออกมามันจะมีแรงดันจากจุกขวดมากพอดู เพราะว่าเป็นการหมักที่ทำให้เกิดก๊าซภายในขวดโดยวิธีการนี้จะไม่ค่อยได้รับความนิยมเพราะว่าหลังจากที่เปิดขวดออกมาแล้วมันจะเป็นตะกอนอยู่ที่ก้นจึงเป็นข้อเสียที่ทำให้ไม่น่าดื่มเท่าไหร่

Sweet wine

เป็นไวน์ที่น่าสนใจเพราะเป็นไวน์ที่มีรสชาติหวานซึ่งมันก็มีหวานหลายระดับตั้งแต่หวานนิดเดียว ไปจนถึงหวานมากแต่โดยส่วนใหญ่แล้วสำหรับนักดื่มที่รักในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นั้นจะไม่ชอบเครื่องดื่มที่มีรสหวานเอาจริงๆ แล้วไวน์หวานก็มีคุณภาพที่ดีไม่ต่างจากไวน์ชนิดอื่นแต่มันก็ขึ้นอยู่กับโอกาสที่เราจะนำไปทานกับอาหารหรือใช้ในโอกาสอะไร วิธีการผลิตหรือขั้นตอนการผลิตไวน์หวานนั้นมันมีหลายวิธีซึ่งถ้าทำแบบง่ายๆเลยก็คือเอาไวน์ขาวมาเติมน้ำตาล แต่มันจะเสียตรงที่ว่ามันจะไม่หวานเหมือนธรรมชาติ และรสชาติไม่ได้อร่อยสักเท่าไหร่นัก ซึ่งมันเป็นไวน์ราคาถูก และก็มีการหมักอีกวิธีหนึ่งคือหมักแบบครึ่งเดียวถ้าจะทำให้เห็นภาพง่ายๆ เลยก็คือสมมุติว่าเราจะมาในเวลา 2 วันแต่เราก็หมักแค่ 1 วันเพื่อไม่ให้น้ำองุ่นนั้นเปลี่ยนจากน้ำตาลเป็นแอลกอฮอล์ทั้งหมดจึงทำให้ไวน์นั้นมีรสชาติที่หวานและแอลกอฮอล์ยังไม่สูงจนเกินไป ซึ่งถ้าเอาไปแช่ตู้เย็นและนำออกมาทานมันก็เหมือนกับน้ำหวานที่มีแอลกอฮอล์สามารถ เรียกน้ำย่อยได้ก่อนมื้ออาหารเป็นอย่างดี แบบสุดท้ายเป็นไวน์ชนิดที่หวานมากๆ เหมือนทานน้ำผึ้งเลยจะเป็น การนำองุ่นที่สุกแล้วแต่ยังไม่ยอมเก็บปล่อยไว้ที่ต้นอีกเป็นระยะเวลาประมาณ 2 เดือนจนแห้งคาต้นต้นเกือบจะคล้ายๆ กับลูกเกดมันจะให้รสชาติที่หวานมาก แล้วจึงนำมาคันน้ำออกและก็ทำตามกรรมวิธีทำไวน์มันก็จะทำให้มีความหวานที่เยอะมากหอมหวานเหมือนน้ำผึ้งเลย วิธีสุดท้ายนี้จะทำได้แค่เพียงบางพื้นที่การผลิตเท่านั้นเพราะมันจะมีเชื้อราเฉพาะแหล่งที่มันจะมาเกาะ และดูดน้ำที่ผลองุ่นที่สุกแล้วเท่านั้นจึงสามารถทำได้แค่บางพื้นที่ ที่มีเชื้อราพวกนี้มันจะดูดน้ำออกจากผลองุ่นจนแห้งและจะเหลือแต่น้ำตาลเพื่อที่จะเอามาทำไวน์มันจะได้ไวน์ที่มีรสชาติหวานและราคาที่แพงมาก

ไวน์
ไวน์
ไวน์
ไวน์
ไวน์