วิสกี้

วิสกี้ ถือเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมาแต่ช้านานแม้แต่เมื่อก่อนจนถึงปัจจุบันก็ยังได้รับความนิยมและมีตัวตนที่มีความคลาสสิคบ้านเราก็ยังได้รับความนิยมสำหรับวิสกี้นั้นก็เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เรียกได้ว่าเหล้าการดื่มวิสกี้นั้นจะเป็นการดื่มแบบ on the rock คือไม่ผสมอย่างบ้านเราเวลาทานเหล้าก็จะมีการผสมน้ำโซดาหรือน้ำอัดลมเข้าไปแต่วิสกี้นั้นจะมีวิธีการดื่มที่แตกต่างออกไปคือจะใช้น้ำแข็งเพียงก้อนเดียวก้อนขนาดก้นแก้วหรืออาจจะไม่ได้ใช้น้ำแข็งเลยก็ขึ้นอยู่กับว่าความชอบของแต่ละบุคคลว่าชอบทานวิสกี้แบบมีรสชาติที่เย็นหรือว่าแบบธรรมดาโดยการกินวิสกี้นั้น จะทำให้รู้สึกร้อนวูบวาบเพราะเป็นการดื่มเหล้าโดยตรงแบบไม่ได้ใช้อะไรผสมเลยเป็นการดื่มแบบให้ได้รสชาติของเหล้าแบบเต็มๆและสัมผัสลิ้มรสความหอมความเย้ายวนกลิ่นของเหล้าและส่วนมากเหล้าวิสกี้พวกนี้จะมีราคาที่สูงยิ่งวิสกี้นั้นมีรสชาติที่นุ่มละมุนเบามากเท่าไหร่ก็จะทำให้มีราคาที่แพงมากเท่านั้นซึ่งมันก็มีหลากหลายราคาสามารถเลือกหากันได้ตามความชอบของแต่ละบุคคล

ส่วนผสมหลัก

ส่วนผสมหลักๆของมันก็จะมีเพียงแค่ 3 อย่างไม่ได้มีอะไรมากมายน้ำข้าวบาร์เลย์แล้วก็ยีสต์ซึ่งไม่ว่าประเทศไหนก็สามารถผลิตวิสกี้ได้แต่การทำให้วิสกี้นั้นมีรสชาติที่ดีและมีเอกลักษณ์มันก็ขึ้นอยู่กับการผลิตของแต่ละบุคคลการหมักเป็นสิ่งที่สำคัญเพราะ จะต้องหมักในถังโอ๊คอย่างน้อย 3 ปีขึ้นไปถือว่าจะเรียกมันได้ว่าเป็นวิสกี้ซึ่งในแต่ละประเทศ นั้นก็มีการผลิตหรือกระบวนการผลิตที่แตกต่างกันส่วนผสมที่อาจจะมีใส่นู่นใส่นี่เพื่อเพิ่มรสชาติและกลิ่นจะได้สร้างเอกลักษณ์ให้วิสกี้ของตนเองนั้นเป็นที่น่าจดจำและมีรสชาติที่ล้ำลึก ซึ่งการทำวิสกี้นั้นมันจะไม่เกิดการบ่มในขวดเด็ดขาด เพราะการจะบ่มวิสกี้นั้นจะต้องอยู่แต่ในถังเท่านั้นจึงจะเป็นการบ่มและเพิ่มรสชาติให้กับมันและยิ่งอายุมากวิสกี้นั้นก็จะเป็นสิ่งที่มีราคาที่สูงมากตามอายุของมันยิ่งอายุมาก ก็จะได้รสชาติที่ดีเพราะการบ่มในถังของวิสกี้นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก เพราะมันจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ทั้งกลิ่น ทั้งสี ทั้งรสชาติ และนอกจากส่วนผสมแล้วถังหมักก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้เกิดเอกลักษณ์มันจะทำให้เกิดกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ในการหมักได้ยังเหล้ายี่ห้อ Jack Daniel นั่นก็เป็นวิสกี้ที่ผ่านการบ่มจากถังไม้โอ๊คที่ไม่มันจึงทำให้มีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครซึ่งมันใช้เวลาหมักเป็นอย่างต่ำ 2 ปีเป็นต้นไป 

วิสกี้

ขั้นตอนการผลิต

การผลิต วิสกี้ นั้นเป็นการผลิตที่มีการพัฒนามาเรื่อยๆและยังเกิดการพัฒนาซึ่งมาจากพวกโรงงานอุตสาหกรรมมีอะไรหลายๆอย่างที่ทำให้ส่งผลต่อรสชาติของวิสกี้โดยตรงทั้งยีสต์และก็ธัญพืชที่ใช้ในการบ่มหรือหมักซึ่งบางประเทศก็จะเป็นเครื่องดื่มสำหรับประเทศเขาเลยเช่นสกอตแลนด์พระวิสกี้ของเขานั้นมีรสชาติที่เข้มข้นมากแต่ก็นุ่มลิ้น ซึ่งเป็นที่น่าหลงไหลเป็นอย่างมากส่วนขั้นตอนการผลิตนั้นจะเริ่มจากการนำธัญพืชที่มีแป้งในปริมาณที่มากภายในธัญพืชทำให้มันแปลงเป็นน้ำตาล แล้วจึงไปสู่ขั้นตอนการทำให้เป็นแอลกอฮอล์โดยใช้หลักการ และกระบวนการตามธรรมชาติในการบ่มและหมักแล้วสุดท้ายจึงเติมน้ำร้อนลงไปเพื่อให้ส่วนผสมนั้นเข้ากันหลังจากนั้นจะเป็นขั้นตอนที่เอานำธัญพืชไปตากแห้งและไปเผาเพื่อจะได้เพิ่มรสชาติให้กับธัญพืช และทำให้ธัญพืชนั้นแห้งเร็วและก็ค่อยนำไปเข้าเครื่องโม่แล้วจึงผสมกับน้ำซึ่งเป็นน้ำร้อนซึ่ง จะเป็นการสกัดละลายเพื่อเอาน้ำตาลออกมาแล้วหลังจากนั้นจึงเติมยีสต์เพื่อทำให้ยิดไปทำปฏิกิริยากับน้ำตาลเพื่อจะได้เปลี่ยนเป็นแอลกอฮอล์แล้วมันจะกลายเป็นเบียร์แล้วจึงนำเบียร์ที่ได้มามักกันเพื่อให้ได้ความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ที่มากขึ้น และรสชาติที่เข้มข้นขึ้น หลังจากการที่กลั่นเสร็จแล้วจะนำไปบ่มไว้ภายในถังไม้โอ๊คและจะมีการดูแลเป็นพิเศษเพราะยังไงก็ต้องเก็บมากกว่าเวลา 3 ปีเพื่อที่จะให้ได้รสชาติวิสกี้ที่ดีที่สุด

ประเภทของ วิสกี้

การผลิต วิสกี้ นั้นเป็นการผลิตที่มีการพัฒนามาเรื่อยๆและยังเกิดการพัฒนาซึ่งมาจากพวกโรงงานอุตสาหกรรมมีอะไรหลายๆ อย่างที่ทำให้ส่งผลต่อรสชาติของวิสกี้โดยตรงทั้งยีสต์และก็ธัญพืชที่ใช้ในการบ่มหรือหมักซึ่งบางประเทศก็ จะเป็นเครื่องดื่มสำหรับประเทศเขาเลยเช่นสกอตแลนด์พระวิสกี้ของเขานั้นมีรสชาติที่เข้มข้นมากแต่ก็นุ่มลิ้นซึ่งเป็นที่น่าหลงไหล เป็นอย่างมากส่วนขั้นตอนการผลิตนั้นจะเริ่มจากการนำธัญพืชที่มีแป้งในปริมาณที่มากภายในธัญพืชทำให้มันแปลงเป็นน้ำตาลแล้วจึงไปสู่ขั้นตอนการทำให้เป็นแอลกอฮอล์โดยใช้หลักการ และกระบวนการตามธรรมชาติในการบ่มและหมักแล้วสุดท้ายจึงเติมน้ำร้อนลงไปเพื่อให้ส่วนผสมนั้นเข้ากันหลังจากนั้นจะเป็นขั้นตอนที่เอานำธัญพืชไปตากแห้ง และไปเผาเพื่อจะได้เพิ่มรสชาติให้กับธัญพืชและทำให้ธัญพืชนั้นแห้งเร็ว และก็ค่อยนำไปเข้าเครื่องโม่แล้วจึงผสมกับน้ำซึ่งเป็นน้ำร้อนซึ่งจะเป็น การสกัดละลายเพื่อเอาน้ำตาลออกมาแล้วหลังจากนั้นจึงเติมยีสต์ เพื่อทำให้ยิดไปทำปฏิกิริยากับน้ำตาลเพื่อจะได้เปลี่ยนเป็นแอลกอฮอล์แล้วมันจะกลายเป็นเบียร์แล้วจึงนำเบียร์ที่ได้มาหมัก เพื่อให้ได้ความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ที่มากขึ้นและรสชาติที่เข้มข้นขึ้น หลังจากการที่กลั่นเสร็จแล้วจะนำไปบ่มไว้ภายในถังไม้โอ๊คและจะมีการดูแลเป็นพิเศษ เพราะยังไงก็ต้องเก็บมากกว่าเวลา 3 ปีเพื่อที่จะให้ได้รสชาติวิสกี้ที่ดีที่สุด

วิสกี้

Scotch Whisky

สก๊อตวิสกี้แค่ชื่อก็บอกแล้วว่ามันมาจากที่ไหนมันมาจากประเทศสก็อตแลนด์ซึ่งเป็นการผลิตมาจากข้าว เมซ ข้าวไรน์ โดยใช้ร่วมกับข้าวบาร์เลย์ซึ่งปกติแล้วการผลิตวิสกี้นั้นจะใช้ข้าวบาร์เลย์เป็นหลักแต่ได้มีการผสมเพื่อให้เกิดความแตกต่างและรสชาติที่ เป็นเอกลักษณ์ซึ่งมันจะทำให้มีวิสกี้ที่ผลิตขึ้นมานั้นมีรสชาติที่ดีและมีคุณภาพที่ดีกว่า เพราะเราใช้วัตถุดิบที่ดีและเพิ่มเติมแต่งเข้าไปด้วยและก็ยังเพิ่มการบ่มระยะเวลาจึงทำให้มีแอลกอฮอล์ที่สูงซึ่งเป็นวิสกี้ประเภทที่มีกลิ่นและรสชาติเฉพาะตัว

วิสกี้

Irish Whisky

ไอริชวิสกี้มันคือวิสกี้ที่ผลิตมาจากประเทศไอร์แลนด์ซึ่งวิสกี้ของประเทศไอร์แลนด์นั้นจะมีคนพูดกันว่าจะมีส่วนผสมของมันฝรั่งรวมอยู่ด้วย เพราะว่าประเทศไอร์แลนด์นั้นมันฝรั่งนั้นได้รับความนิยมทานเป็นอาหารส่วนใหญ่แต่เอาจริงๆแล้ววิสกี้ไม่สามารถใช้มันฝรั่งเป็นวัตถุดิบได้ แต่ก็มีความพิเศษของมันเพราะก็ใช้ข้าวต่างๆ ในการหมักทำให้เกิดเหล้าวิสกี้ขึ้นมาและกว่าจะจัดจำหน่ายได้ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 7 ปี เพราะจะทำให้มีรสชาติที่นุ่มเพราะการบ่มที่ระยะเวลานานจะทำให้วิสกี้นั้นมีรสชาติที่น่าชวนหลงใหล

วิสกี้

Bourbon Whiskey

เบอร์เบิ้นวิสกี้เป็นวิสกี้ที่ได้สัญชาติอเมริกาเพราะมันมีเอกลักษณ์ส่วนตัวสำหรับคนอเมริกาคอเหล้าขี้เมาทั้งหลายไม่มีใครที่ไม่รู้จักเบอร์เบิ้น มันเป็นวิสกี้ที่มีเอกลักษณ์ทั้งรสชาติพที่ไม่เหมือนใคร และลงตัวเพราะมันใช้ข้าวโพดเป็นส่วนผสมลงไปในเหล้าด้วย นอกจากพวกข้าวแล้วแต่ก็ใช้ระยะเวลาไม่ได้นานเท่าไรนักประมาณ 2 ปีแต่ก็มียี่ห้อที่เก็บไว้ในถังนานถึง 25 ปีซึ่งเป็นสุดยอดรสชาติของเบอร์เบิ้ลเลยก็ว่าได้ แต่ทางสหรัฐอเมริกาก็ได้มีการห้ามผลิตภายในประเทศสหรัฐอเมริกา

Canadian Whisky

คานาเดียนวิสกี้เป็นวิสกี้ที่ผลิตจากประเทศแคนาดาโดยใช้ธัญพืชและข้าวทั่วไปสำหรับเป็นวัตถุดิบในการหมักผสม โดยมันก็ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตซึ่งเคยมีคนออกมาพูดว่ามันใช้ข้าวไรน์ เป็นส่วนผสมหลักในการหมักหรือบ่มวิสกี้เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีและมีรสชาติเอกลักษณ์ ที่แตกต่างจากยี่ห้ออื่นโดยคณะเรียนวิสกี้นั้นจะใช้การผลิตใน การที่จะส่งออกนั้นเป็นเวลาอย่างน้อย 6 ปีในการบ่ม

ดื่มแอลกอฮอร์

การดื่มแอลกอฮอร์นั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้จักผ่อนคลายและคลายเครียดได้แต่ต้องดื่มเพียงแค่พอเหมาะเพื่อจะได้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายด้วยไม่ควรดื่มมากจนเกินไปเพราะอาจจะเกิดอันตรายหรือถึงแก่ชีวิตได้

จัดโดย m88th.link bonus88.club
Close Menu